วันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

บริเวณชั้น 3

              จบจากชั้น 1 ก็จะขึ้นมายังบริเวณชั้น 3ก่อน โดยที่จะเริ่มที่ห้อง "สุวรรณภูมิ" เป็นการเปิดตำนานสุวรรณภูมิที่แสดงถึงวิวัฒนาการก่อนที่คนไทยจะมาเป็นบรรพบุรุษ นอกจากนี้ ภายในห้องยังแสดงถิ่นฐานที่ตั้งของดินแดนสุวรรณภูมิ การเกษตร การสร้างเมือง รวมไปถึงความหลากหลายของคนและวัฒนธรรม

 

ย้อนรอยสุวรรณภูมิ


                     ห้องต่อมาคือ "พุทธปัญญา" เป็นห้องที่แสดงถึงสัจธรรมและแสดงถึงหัวใจของพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ ยังมีคำถามยอดนิยมแห่งสุวรรณภูมิ ซึ่งบรรยากาศภายในห้องจะเป็นการส่องไฟทั้งข้างบนและข้างล่างเป็นรูปคล้ายดอกบัวที่ตัวเสาที่เป็นบริเวณข้อมูล ถือเป็นห้องที่มีความสวยงามมากอีกห้องหนึ่งเลยที่เดียว

 

                                              

                     ต่อจากห้อง"พุทธปัญญา" ก็จะเป็นห้อง"กำเนิดสยามประเทศ" ภายในห้องนี้มีการนำเสนอด้วยเทคนิคที่หลากหลาย มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแสดงเรื่องราวความเป็นมาของอาณาจักรต่างๆในดินแดนสยาม เรื่องราวของบรรพบุรุษผู้สร้างกรุงศรีอยุธยาจากตำนานท้าวอู่ทอง

บรรยากาศภายใน "ห้องกำเนิดสยามประเทศ"

งานพระเมรุสมัยกรุงศรีอยุธยา
                    
                      ต่อมาคือห้อง "สยามประเทศ" เป็นห้องที่แสดงเรื่องราวความเป็นอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาว่ามีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมและมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และยังเป็นอาณาจักรที่อยู่ใกล้ทะเล ต่อมาจึงได้พัฒนาตัวเองขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลของภูมิภาค ดังนั้นจึงเป็นที่มาว่าทำไมในห้องนี้จึงมีแต่เรือจำลองตั้งแต่เรือบ้านถึงเรือราชพิธี    






                    ห้องถัดมาคือ "สยามยุทธ์" เป็นห้องที่แสดงรูปแบบการรบ กำลังพล และการทำสงครามในสมัยอยุธยา แต่นอกจากการสู้รบแล้ว ยังมีการแสดงถึงภูมิปัญญา กลุ่มชาติพันธุ์และศิลปกรรมอีกด้วย นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมเล่นเกมการวางกลยุทธ์การสู้รบที่จัดไว้ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งห้องนี้นับเป็นห้องสุดท้ายของสมัยอโยธยา

พลเท้าแบกโพล่

เกมวางกลยุทธ์การสู้รบ
               

ศิวพร ปิยะะศรีสวัสดิ์."Museum Siam A New Chapter for Thai Museum."กินรี.25(5):44-48,2551.
"Museum Siam ขนบใหม่แห่งพิพิธภัณฑ์."ผู้จัดการ.25(298):144-149,2551.
(มิวเซียมสยาม,th.wikipedia.org,27 พฤษภาคม 2555)
(http://www.museumsiam.com, 27พฤษภาคม 2555)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น